งาน Shopping 11.11 คืองานคนโสด มีคู่แต่อยากช้อปทำไง

ใครยังไม่รู้ งาน Shopping 11.11 มีต้นกำเนิดมากจากประเทศจีน ซึ่งคล้ายกันกับที่เรามี Black Friday และ Cyber Monday ที่มีต้นกำเนิดมาจากฝั่งอเมริกาและยุโรปนั่นเอง ซึ่งแม้ว่าจะเป็นงานที่มาจากประเทศจีน แต่คนไทยก็รับมือและใช้ประโยชน์กับมันได้ทั้งคนซื้อคนขายเลยทีเดียว วันนี้เรามาดูประวัติของงาน Single Day 11.11 กันดีกว่า

งาน Single Day 11.11 ไม่โสด ก็ซื้อของโหดๆได้

แม้ว่างานจะชื่อ 11.11 สำหรับคนโสด แต่ไม่ได้มีเฉพาะคนที่ยังไม่มีแฟนเท่านั้น ซึ่งประวัติความเป็นมาของงานนี้ตั้งแต่ช่วงปี 1990s นักเรียนจีนจะใช้วันดังกล่าวเป็นวันแห่งการซื้อสินค้า จับจ่ายเข้าบ้าน สำหรับความเมามันส์และอาจจะใช้จังหวะนั้นๆ ซื้อของเพื่อที่จะทำให้หายเครียด

แต่ในปัจจุบัน วันงานนี้ ถูกแพร่หลายในประเทศจีน อย่าง Alibaba ก็นำเอามาใช้ในการเปิดแคมเปญลดราคาสินค้า ซึ่งทำให้มียอดขายแบบถล่มทลายในทุกๆปี เลยทีเดียว

เข้ามาในไทยเมื่อไหร่?

งานนี้ เข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา โดยคนแรกที่นำเข้ามาเผยแพร่ก็คือ LAZADA หลังจากที่กวาดยอดขายไปอย่างมหาศาลในวันเดียว มีหลายแบรนด์ดังเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Shopee ที่เริ่มมีงาน 11.11 ตั้งแต่ปี 2017 เพื่อช่วงชิงตลาด

ในปี 2020 นี้ ใครน่าจะเป็นผู้นำ?

สำหรับคนที่กำลังถูกถล่มด้วยข้อมูลอันมหาศาลของงาน 11.11 นี้ เนื่องจากมีแคมเปญหลายพันแคมเปญที่รอให้คนมาซื้อของ และมีอีกเป็นร้อยแบรนด์ดังที่จะมาเปิดขายของในวันดังกล่าว

เราขอแนะนำให้อ่านบทสรุป งาน LAZADA 11.11 สำหรับปี 2020 นี้ เพื่อให้รู้ว่าจริงๆแล้ว ใครเล่นแคมเปญดีที่สุด ลดเยอะที่สุด และซื้อของที่ไหนดีที่สุด

แต่คนที่ยังไม่แน่ใจเรื่องราคาและโปรโมชั่นงาน Single Day ตัวนี้ แนะนำให้ลองเช็คราคากับหลายเว็บไซด์ดูก่อน เพราะยังมีงานอื่นๆอย่าง 12.12 รออยู่ในเดือนธันวาคม ของทุกปี

อ้างอิง https://www.vox.com/the-goods/2019/11/11/20959700/china-singles-day-2019-prime-day-black-friday

กรมอุตุฯเตือน 30 จังหวัดทั่วประเทศ เตรียมรับมือฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ได้ปกคลุมมายังบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยลักษณะเช่นนี้จึงทำให้ทั้งสองบริเวณมีอากาศเย็น และในบางพื้นที่ของประเทศไทยตอนบนยังมีฟ้าฝนที่ฟ้าคะนองตลอดทั้งวันอีกด้วย

สำหรับร่องมรสุมกำลังอ่อนพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกันมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้ภาคใต้ยังคงมีฝนบางแห่งในระยะนี้

โดยสามารถสรุปภาพอากาศของภาคต่าง ๆ ได้ ดังนี้

ภาคเหนือ : อากาศเย็นโดยมีฝนตกร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมาจะอยู่ที่บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก และกำแพงเพชร

  • อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 20-23 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 29-30 องศาเซลเซียส
กรมอุตุฯเตือน 30 จังหวัดทั่วประเทศ เตรียมรับมือฝนตกหนัก
กรมอุตุฯเตือน 30 จังหวัดทั่วประเทศ เตรียมรับมือฝนตกหนัก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : อากาศเย็นมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากจะอยู่บริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

  • อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 20-22 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 29-33 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง : อากาศเย็นบวกกับฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากอยู่ที่บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี

  • อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 21-23 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 31-33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพฯและปริมณฑล : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่

  • อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-24 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 31-33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

  • อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-24 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 31-33 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อยู่ที่บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี

  • อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-25 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 30-33 องศาเซลเซียส
  • ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) : เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อยู่ที่จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

  • อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-24 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 31-33 องศาเซลเซียส
  • ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ในช่วงนี้ก็ขอให้ประชาชนทุกภาคของประเทศไทยระมัดระวังตัวเองในการเดินทาง และดูแลสุขภาพ พร้อมทั้งเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยนะคะ

ประกาศเรื่องพายุโซนร้อนโคนี จาก กรมอุตุนิยมวิทยา
ประกาศเรื่องพายุโซนร้อนโคนี จาก กรมอุตุนิยมวิทยา

และในขณะนี้พายุที่ถือว่าต้องจับตามองเป็นพิเศษนั่นก็คือ ‘พายุไต้ฝุ่นโคนี’ เป็นพายุระดับ 5 ที่บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนตอนใต้ตอนกลางในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 และอาจมีแนวโน้มว่าจะเคลื่อนเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2563 ทั้งนี้ก็ขอให้ประชาชนทุกคนติดตามข่าวสารเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยในพื้นที่ของกรุงเทพฯ ตอนนี้ยังมีแอปพลิเคชั่นสำหรับการติดตามข่าวสารพื้นที่ที่มีฝนตกหนักได้ เช่น JS100 ,ThaiWater ,RainViewer เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมอุตุนิยมวิทยา ,Promotions.co.th 

จับตาดู! ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส อาจพุ่งชนโลก ใน 48 ปีข้างหน้า

มาไวกว่าเดิมแบบครึ่งต่อครึ่ง! สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผย นักดาราศาสตร์ต่างจับตามอง ‘ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส’ 1 ใน 3 ของดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสพุ่งชนโลก ในรอบ 100 ปี

แต่เมื่อไม่นานมานี้ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาย ได้ให้การเปิดเผยถึงการเปลี่ยนของแปลงวงโคจรของอะโพฟิสว่าอาจะมีโอกาสพุ่งชนโลกประมาณวันที่ 12 เมษายน 2611 หรือประมาณ 48 ปีข้างหน้า

โดยดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการค้นพบไปเมื่อปี 2004 ซึ่งดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 3 สนาม และแต่เดิมนักวิทยาศาตร์ ระบุไว้ว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีโอกาสพุ่งชนโลกเพียงแค่ 2.4% เท่านั้น กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ได้ลดโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนโลกเหลือเพียง 0%

ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส อาจพุ่งชนโลก ใน 48 ปีข้างหน้า
ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส อาจพุ่งชนโลก ใน 48 ปีข้างหน้า

Dave Tholen ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์ประจำสถาบันดาราศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาวาย ผู้ที่ได้ติดตามดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสมามากกว่า 16 ปี ได้ทำการอธิบายผลสำรวจล่าสุดว่า ‘การเปลี่ยนแปลงวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยเกิดจากการดูดซับรังสีจากดวงอาทิตย์ เรียกว่า ยาคอฟสกีเอฟเฟค ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสที่แต่เดิมได้มีอการคำนวณไว้ปีละ 170 เมตร ซึ่งมากพอที่จะมีโอกาสพุ่งชนโลกในปี 2611’ ซึ่งนั่นก็เกิดจากการที่ดาวเคราะห์น้อยเบี่ยงเส้นทางการเคลื่อนที่ และเร่งความเร็วขึ้นจากเดิม

ซึ่งดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส เป็นดาวเคราะห์ที่มีโอกาสเสี่ยงจะพุ่งชนโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากดาวเคราะห์น้อย 101955 เบนนู และดาวเคราะห์น้อย 1950 DA อย่างไรก็ตามองค์การนาซ่า ได้ระบุเพิ่มเติมไว้ว่า ‘แรงโน้มถ่วงของโลกอาจทำให้ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสที่เคลื่อนตัวห่างจากโลกราว 30,000 กิโลเมตร ทำให้เปลี่ยนทิศทางหรือส่งผลต่อพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยได้”

และการเข้าใกล้โลกในครั้งถัดไปของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส คือในวันที่ 13 เมษายน 2572 ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้สามารถมองเห็นดาวเคราะห์น้อยได้ด้วยตาเปล่า และนักดาราศาสตร์ต่างเฝ้ารอโอกาสนี้เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการคำนวณวงโคจรอย่างแม่นยำ และทำให้ทราบผลของแรงโน้มถ่วงและแสงอาทิตย์ที่มีผลต่อวงโคจรของอะโพฟิส

หากในปี พ.ศ. 2611 ดาวน้อยดวงนี้จะพุ่งชนโลกจริง ก็มีการคาดการณ์ว่าจะตกลงบริเวณพื้นที่แถบยุโรป และจะมีความรุนแรงของพลังระเบิดเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 1,200 ล้านตัน หรือมีความรุนแรงเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโรชิมาประเทศญี่ปุ่นมากถึง 80,000 ลูก

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook 

ฝรั่งเศส ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 เดือน หลังยอดผู้ติดโควิด-19 พุ่ง!

สถานการณ์ทั่วโลกที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดไปเมื่อช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าหลาย ๆ ประเทศ จะเริ่มมีตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่เริ่มลดน้อยลง แต่บางประเทศกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

เช่นตอนนี้ที่ประเทศฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ก็ได้ออกมาประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่งประเทศเป็นครั้งที่ 2 ระยะเวลาในการใช้มาตรการไม่น้อยกว่า 1 เดือน เนื่องจากตอนนี้ที่ประเทศฝรั่งเศสได้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงขึ้นจากเดิม

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประเทศฝรั่งเศส
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประเทศฝรั่งเศส ภาพจาก : www.thairath.co.th/news/foreign/1963994

โดยขณะนี้ที่ประเทศฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับการระบาดระลอกที่ 2 โดยมีผู้เสียชีวิตรายวันในระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งเมื่อวันอังคารที่มา ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 33,000 ราย ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน ซึ่งนายมาครงยังเตือนอีกว่าประเทศนี้กำลังเสี่ยงจะถูกครอบงำโดยการระบาดระลอกที่ 2 ที่มีความรุนแรงจากครั้งแรกแบบเท่าตัว

ซึ่งมาตรการล็อกดาวน์นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2563 และประชาชนจะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านได้ก็ต่อเมื่อมีธุระสำคัญ หรือมีเหตุผลทางการแพทย์เท่านั้น โดยจะต้องมีเอกสารรับรอง พร้อมทั้งกรอกแบบฟอร์มการเดินทางทุกครั้งเหมือนกับการล็อกดาวน์ครั้งที่ผ่านมา และห้ามรวมกลุ่มชุมนุมกันเพื่อก่อให้เกิดความเสี่ยงเด็ดขาด นอกจากนี้ธุรกิจต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร ผับ และบาร์ต่าง ๆ จะถูกปิด แต่สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนต่าง ๆ รวมไปถึงการให้บริการสาธารณะโดยเฉพาะรถระบบขนส่งมวลชน และโรงงานอุตสาหกรรมจะยังเปิดทำการตามปกติ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ฝรั่งเศส ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 เดือน
ฝรั่งเศส ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 เดือน ภาพจาก : www.news.pts.org.tw/article/498674

เช่นเดียวกันกับในบางพื้นที่ของประเทศเยอรมนี นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ก็เพิ่งประกาศเรื่องการใช้มาตรการล็อกดาวน์ควบคุมโรคเช่นกัน โดยจะทำการล็อกดาวน์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ตลอดช่วงเดือนพฤศจิกายน และมีการทวนเรื่องการใช้มาตรการอีกครั้งในทุก ๆ 2 สัปดาห์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป ร้านอาหาร ผับ บาร์ จะหยุดให้บริการเพื่อไม่ให้ประเทศเกิดภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ส่วนโรงเรียนยังคงเปิดทำการตามปกติ และนอกจากนี้ก็ขอความร่วมมือจากประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และจำกัดการรวมตัวในที่สาธารณะไม่ให้เกิน 2 ครัวเรือน พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความสะอาดที่เข้มงวดขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ในประเทศไทยจะไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มภายในประเทศ แต่เราก็ยังคงต้องเฝ้าระวังและทำตามกฎข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเข้มงวด ทั้งนี้เพื่อเป็นการระมัดวังระวังตัวเอง และเพื่อไม่ให้โควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำในประเทศอีกรอบ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook 

คอหวยแห่ขอโชคเรือเก๋งจีนอายุ 300 ปี หลังให้โชค 20 งวดติด

เรื่องการเสี่ยงโชคหรือการเสี่ยงดวงบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ ค่ะ ทั้งนี้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็อยู่กับความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละคน บางคนก็นำความฝันต่าง ๆ มาตีเป็นเลข บางคนก็ซื้อเลขเดิมซ้ำ ๆ จนกว่าจะถูก หรือบางคนเดินไปหยิบหวยสักใบเล่น ๆ แต่กลับถูกขึ้นมาซะอย่างนั้น แต่ก็อย่างที่บอกว่าเรื่องโชคชะตามันไม่เข้าใครออกใคร

อย่างวันนี้ข่าวที่เราจะนำเสนอคงถูกใจคอหวยไม่น้อย วันนี้เราพาไปที่อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 29 ตุลาคม 2563 คอหวยกว่า 50 ชีวิต ต่างพากันมารวมตัวที่ศาลาเรือโบราณ ภายในเขตของวัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อผอม อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ซึ่งภายในศาลาเรือโบราณจะมีทเรือไม้ตะเคียนทองและเรือเก๋งจีนไม้สักทอง ที่มีอายุรวมกันกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ แต่ที่สร้างความศรัทธาให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างพากันมามุง ขัด ๆ ถู ๆ กันอยู่นั้น นั่นก็คือ เรื่อเก๋งจีนที่มีอายุกว่า 300 ปี โดยที่ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทุกคนต่างพากันถูกหวยกันถ้วนหน้ากว่า 20 งวดติด! เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจริง ๆ แหละคุณ

แห่ขอโชคเรือเก๋งจีนอายุ 300 ปี หลังให้โชค 20 งวดติด ที่ จังหวัดชัยนาท
แห่ขอโชคเรือเก๋งจีนอายุ 300 ปี หลังให้โชค 20 งวดติด ที่ จังหวัดชัยนาท

ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงวันหวยออกอีกรอบ ชาวบ้านที่มีใจศรัทธาและชาวบ้านที่ถูกหวยเมื่องวดที่แล้ว จึงพากันมาแก้บนด้วยการนำชุดไทยมาวางถวายตั้งเรียงรายกันเต็มทั้งหน้าเรือและท้ายเรือ ซึ่งจากการสอบถาม ศาลาเรือโบราณแห่งนี้ได้ให้โชคกับนักเสี่ยงดวงมาแล้วแบบนับไม่ถ้วน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคน เพราะบางคนก็ถูกหลักพันแต่บางคนโชคดีหน่อยก็ถูกกันไปจนถึงหลักล้าน! ส่วนในครั้งนี้คอหวยที่เซียน ๆ แอบกระซิบมาว่าเห็นเลขเด็ดเป็นเลข 5 เข้ามาประกอบกับ 53,35,25 ส่วนเลขรองหลายคนเห็นเป็น 27 เด่นลอยมาแบบชัด ๆ แบบไม่มีกั๊ก ทำให้หลายคนต่างพากันยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเพื่อเก็บไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดที่กำลังจะถึง จะถูกซ้ำเป็นงวดที่ 21 หรือไม่ยังไงก็ต้องรอดูกันในงวดนี้ แต่ถึงอย่างไรก็หวังว่าเรือเก๋งจะพาโชคลาภมาสู่ทุกคนนะคะ

แต่ทั้งหมดที่นำมาเสนอไม่ได้มีเจตนาจะยั่วยุ หรือชี้ทางที่งมงายให้กับทุกคนแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการเสนอมุมมองในเรื่องของความเชื่อ และการเสี่ยงดวงให้กับคนที่สนใจเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook

องค์การอนามัยโลก เผยมีผู้ติดโควิด-19 เกือบ 3 ล้านคนทั่วโลกในช่วง 7 วันที่ผ่านมา

สถานการณ์ที่ถือได้ว่าตึงเครียดมากที่สุดในโลกตอนนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19’ อย่างแน่นอน ซึ่งสถานการณ์นี้เกิดขึ้นแบบจริงจังราว ๆ ช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่าน ตอนนี้ก็ผ่านมาร่วมกว่า 10 เดือนแล้ว แต่สถานการณ์กลับไม่เบาบางลง มิหนำซ้ำหลายประเทศใหญ่ ๆ กลับทวีความรุนแรงขึ้นอีกด้วย

ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสทั่วโลกเพิ่มอีก 2.8 ล้านคน ในช่วงระยะ 7 วันที่ผ่านมา และมียอดผู้ติดเสียชีวิตเพิ่มอีก 40,000 ราย และ WHO ยังเผยอีกว่า ยุโรปมีอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ด้วยจำนวนมากถึง 1.3 ล้านคน คิดเป็น 33 เปอร์เซ็นต์จากสัปดาห์ก่อน และคิดเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลก

มีผู้ติดโควิด-19 เกือบ 3 ล้านคนทั่วโลกในช่วง 7 วันที่ผ่านมา
ยอดผู้ติดโควิด-19 พุ่งเกือบ 3 ล้านคนทั่วโลกในช่วง 7 วัน ภาพจาก : www.sondhitalk.com/2020/03/04/2767

นอกจากนี้ในแถบอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแอฟริกา ต่างก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันทางแถบแปซิฟิกตะวันตกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดน้อยลง ส่วนในประเทศอินเดียมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วง 7 วันที่ผ่าน ตามมาด้วยสหรัฐฯ ฝรั่งเศส บราซิล และอังกฤษ

สำหรับในประเทศสหรัฐฯ มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มมากกว่า 8.8 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 227,000 ราย โดยในช่วง 7 วันที่ผ่านมานั้นมีผู้ติดเชื่อเพิ่มขึ้นกว่า 500,000 คน หรือราว ๆ 70,000 รายต่อวัน สำหรับรัฐที่ต้องจับตาในสถานโควิด-19 ระบาด ได้แก่ อิลลินอยส์ ที่เป็นพิกัดใหม่ที่มีการระบาดด้วยยอดผู้ติดเชื้อกว่า 31,000 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา จนทางผู้ว่าการฯ ต้องประกาศมาตรการควบคุมการระบาดในหลายพื้นที่ ทั้งยังห้ามรวมกลุ่มเกิน 25 คนตามบาร์และร้านอาหาร ขณะเดียวกันที่รัฐเท็กซัส วิสคอนซิน และแคลิฟอร์เนีย ก็พบการระบาดใหม่เพิ่มสูงเช่นกัน

สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย
สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ภาพจาก : www.thaihitz.com

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยนั้น พบผู้ป่วยเพิ่ม 4 ราย ใน State Quarantine โดยทั้ง 4 รายเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากประเทศ ดังนี้ เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น 1 ราย มีอาการไอ มีเสมหะ,เดินทางกลับจาก UAE 1 ราย มีอาการไอและปวดศีรษะ ,เดินทางกลับจากคูเวต 1 ราย ไม่มีอาการ และอีกหนึ่งรายเดินทางกลับจากคูเวต เคยมีประวัติป่วยเป็นโควิด-19 มาก่อน

อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะไม่มีการพบเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ แต่ทุกคนก็ยังคงต้องเฝ้าระวังตัวเองเช่นเดิม ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การหลีกเลี่ยงไปในสถานที่แออัด ล้างมือทุกครั้งเมื่อสัมผัสกับสิ่งของสาธารณะ และหากใครที่จำเป็นต้องเดินทางไป-กลับต่างประเทศ ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการและระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม

ขอบคุณข้อมูลจาก : Voathai

กรมอุตุฯ เตือน! พายุ ‘โมลาเบ’ ฝนถล่มเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะภาคอีสาน

วันที่ 28 ตุลาคม 2563 กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการพยากรณ์อากาศและระบุเอาไว้ว่า ‘พายุไต้ฝุ่นโมเบลา’ (พายุระดับ 5) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะมีการเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 ตุลาคม 2563 หลักจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในระดับ 3 และเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ในขณะที่ร่องมรสุมยังคงมีพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบวกกับลมแรงเป็นบางแห่ง ทั้งนี้ก็ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยคอยเฝ้าระวังและรับมือกับอันตรายจากฝนตกหนัก ลมแรง ซึ่งอาจจะเกิดเป็นน้ำป่าไหลหลากได้

พายุไต้ฝุ่นโมเบลาถล่มหนักวันที่ 28 ตุลาคมนี้!
พายุไต้ฝุ่นโมเบลาถล่มหนักวันที่ 28 ตุลาคมนี้!

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

ในวันที่ 28 ตุลาคม 2563

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
  • ภาคเหนือ: จังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร

ในวันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2563

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
  • สำหรับในพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นก็จะได้รับผลกระทบในพายุครั้งนี้เช่นเดียวกัน
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุไต้ฝุ่นโมลาเบ
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุไต้ฝุ่นโมลาเบ

และสำหรับคลื่นลมทะเลบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทั้งนี้ขอให้ชาวประมงเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือขณะที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้นะคะ

ทั้งนี้ก็ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ผ่านทาง http://www.tmd.go.th หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และกรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 17.00 น.

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมอุตุนิยมวิทยา