ชาวกระบี่เฮ! หลังเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บนชายฝั่ง หลังหายนานกว่า 10 ปี

เต่าทะเลขึ้นวางไข่บนชายฝั่งกระบี่ กว่า 84 ฟอง!

เช้าวันนี้ (วันที่ 29 มี.ค. 2564) นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกาะไหง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ว่าพบรังไข่เต่าริมชายหาดบนเกาะไหง หลังได้รับแจ้งจึงให้เจ้าหน้าที่อุทยานรีบเข้าไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่นั้น ทันทีที่เจ้าหน้าที่เดินทางถึงก็ได้พบหลุมที่เต่าทะเลได้ขึ้นมาวางไข่ ความกว้างของหลุมประมาณ 1.1 เมตร ความลึกประมาณ 75 เซนติเมตร

ชาวกระบี่เฮ! หลังเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บนชายฝั่ง หลังหายนานกว่า 10 ปี
ชาวกระบี่เฮ! หลังเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บนชายฝั่ง หลังหายนานกว่า 10 ปี

เมื่อตรวจสอบภาบในหลุมพบไข่เต่าจำนวน 84 ฟอง เมื่อสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ชาวบ้านได้ให้ข้อมูลว่า เต่าทะเลที่ขึ้นมาวางไข่น่าจะเป็นเต่าตนุ ที่ขึ้นมาวางไข่ไว้เมื่อประมาณ 1 -2 วันที่ผ่านมา ซึ่งจุดที่แม่เต่าขุดหลุมวางไข่ที่มีจำนวนทั้งหมด 84 ฟอง เป็นจุดที่อยู่ไม่ห่างจากน้ำทะเลมากนัก ทำให้ช่วงน้ำขึ้นน้ำทะเลจึงไหลเข้าไปในหลุม โดยเจ้าหน้าที่เกรงว่าไข่ของเต่าจะเกิดความเสียหาย จึงได้เข้าตรวจสอบไข่ทั้งหมดในรัง พบว่ามีไข่ที่เสียหายไปแล้วจำนวน 7 ฟอง จากนั้นจึงได้เคลื่อนย้ายไข่ที่เหลืออีก 77 ฟอง ไปฝังไว้ที่บริเวณจุดห่างจากน้ำ เพื่อให้ไข่มีโอกาสฟักเป็นตัว

นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้มีการเปิดเผยว่า นี่ถือเป็นวางไข่ของเต่าในรอบหลายสิบปีในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยพบเห็นเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ในพื้นที่นี้มาก่อน ถือเป็นเรื่องน่ายินดีของชาวกระบี่ โดยหลังจากนี้ทางอุทยานฯ จะทำการจัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์รอบ ๆ หลุมของไข่เต่าตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้าไปรบกวน

ชาวกระบี่เฮ! หลังเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บนชายฝั่ง หลังหายนานกว่า 10 ปี
ชาวกระบี่เฮ! หลังเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บนชายฝั่ง หลังหายนานกว่า 10 ปี

โดยการฝักไข่อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 40 -50 วัน เพื่อรอให้ไข่เต่าฟักออกมาเป็นตัว แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเต่าทั้งหมดจะเป็นเต่าที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ แพราะจุดที่แม่เต่าไปวางไข่อยู่นั้นอยู่ใกล้น้ำทะเลเกินไป ทำให้เมื่อน้ำทะเลขึ้นจึงไหลเข้ามาท่วมรังแล้วเกิดความเสียหาย แต่ตอนนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่จัดสรรพื้นที่ใหม่ที่น้ำทะเลขึ้นไม่ถึง และทำการย้ายไข่ทั้งหมดไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว

ซึ่งปกติแล้วการวางไข่ของเต่าทะเลนั้นจะขึ้นมาวางไจ่ตลอดทั้งสัปดาห์จนกว่าไข่จะหมดท้อง ซึ่งหากเป็นเต่าที่มีร่างกายสมบูรณ์อาจมีไข่มากถึง 1,000 ฟอง จากนั้นเต่าตัวเดิมอาจกลับขึ้นมาวางไข่อีกครั้งใน 2-4 ปีถัดไป โดยการวางไข่ของเต่าทะเลที่จังหวัดกระบี่ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ เพราะนี่เป็นตัวยืนยันสำคัญว่าทะเลอันดามันกระบี่ยังมีความอุมดสมบูรณ์ของเต่าทะเล

คราวนี้เราต้องติดตามกันต่อไปว่าเต่าทะเลตัวเดิมจะขึ้นมาวางไข่เพิ่มไหม และไข่เต่าทั้ง 77 ใบทีเหลือจะฟักออกมาเป็นตัวให้เราได้ยลโฉมหรือไม่

ข้อมูลจาก : ไทยรัฐ

1 เม.ย. 64 ดีเดย์! รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติ MRT สามย่านนำร่องที่แรก

รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติต้นเดือนหน้า

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. กระทรวงคมนาคม ได้มีการจัดทำโครงการเพิ่มพื้นที่จอดรถภายในเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) โดยได้มีการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติ หรือ Robot Parking มาติดตั้งในบริเวณพื้นที่ลานจอดรถของโครงการฯ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่จอดรถที่มีจำนวนจำกัด และไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งประเดิมพื้นที่นำร่องที่ MRT สามย่านเป็นที่แรก เนื่องจากลานจอดรถของสถานีสามย่านมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีผู้ใช้บริการทั้งแบบรายวันและรายเดือน นี่เลยกลายเป็นเหตุผลสำคัญในการจัดตั้งที่บริเวณนี้

1 เม.ย. 64 ดีเดย์! รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติ MRT สามย่านนำร่องที่แรก
1 เม.ย. 64 ดีเดย์! รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติ MRT สามย่านนำร่องที่แรก

สำหรับระบบที่จอดรถอัตโนมัตินั้น เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่จอดรถที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งเมื่อมีผู้ใช้บริการนำรถเข้ามาจอด ระบบก็จะเริ่มทำหน้าที่แบบอัตโนมัติ คือเครื่องกลจะเปรียบเสมือนกับหุ่นยนต์รับรถขึ้นไปจอดในลักษณะซ้อนกันในแนวดิ่ง ทำให้มีพื้นที่ในการจอดรถมากขึ้น อีกทั้งยังใช้เวลาเฉลี่ยในการรับ – ส่ง หรือเข้า – ออกของรถในลานจอดเพียงคันละ 90 วินาทีเท่านั้น หรือหากจอดในพื้นที่ที่ไกลที่สุดก็จะใช้เวลาเฉลี่ยนประมาณ 3 นาที

โดยผู้ใช้บริการไม่จำเป็นจะต้องเสียเวลาในการวนหาที่จอดรถในลานจอดรถเอง นับว่าเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามาก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

1 เม.ย. 64 ดีเดย์! รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติ MRT สามย่านนำร่องที่แรก
1 เม.ย. 64 ดีเดย์! รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติ MRT สามย่านนำร่องที่แรก

นอกจากนี้ รฟม. ยังได้ติดตั้งและตรวจสอบระบบที่จอดรถอัตโนมัติดังกล่าวให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ โดย รฟม. กำหนดจะเปิดให้บริการที่จอดรถอัตโนมัติ บริเวณลานจอดรถสถานีสามย่าน ในวันที่ 1 เม.ย. 2564 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป เมื่อเปิดให้บริการที่จอดรถอัตโนมัติแล้วจะสามารถรองรับรถยนต์ได้ทั้งหมดจำนวน 46 คัน ทั้งนี้ ยังคงคิดอัตราค่าบริการที่จอดรถตามปกติ ดังนี้

  • ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า คิดอัตราค่าจอดรถ 15 บาทต่อ 2 ชั่วโมง
  • ผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้า คิดอัตราค่าจอดรถ 50 บาทต่อ 1 ชั่วโมง
  • สำหรับผู้ใช้บริการที่จอดรถรายเดือน คิดอัตราค่าจอดรถ 2,000 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้เตรียมดำเนินการติดตั้งที่จอดรถอัตโนมัติเพิ่มเติมบริเวณลานจอดรถสถานีห้วยขวาง และลานจอดรถอื่นๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินเป็นลำดับต่อไป เพื่อเพิ่มพื้นที่จอดรถให้เพียงพอต่อความต้องการ และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5 ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม

ขอบคุณข้อมูล : ไทยรัฐ

สตม.เตรียมส่งผู้ต้องกักกลับประเทศ พร้อมยืนยัน รพ.สนาม ปลอดภัยแน่นอน!

สตม. เตรียมส่งผู้ต้องกักกลับประเทศ งดรับ – เพิ่ม ลดความแออัดในห้องกัก

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก สตม. ได้กล่าวว่าจำนวนผู้ติดเชื้อได้มีจำนานรวมทั้งสิ้น 400 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดสถานที่ให้ผู้ติดเชื้ออยู่ในพื้นที่ 2 จุด ซึ่งได้แก่ บริเวณห้องกักบางเขน และโรงพยาบาลสนามบางเขน (บริเวณสนามบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดี) ที่เปิดทำการไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ที่มีผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาจำนวน 99 ราย และมีแพทย์ให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

โดยโฆษก สตม. ได้มีการเปิดเผยว่า หนึ่งในมาตรการควบคุมการระบาดโควิด-19 คือต้องการลดความแออัดของห้องกัก สตม. ด้วยการเร่งส่งตัวผู้ต้องกักกลับประเทศ เช่น ชาวเมียนมาและชาวอินเดีย โดยผู้ต้องกักทั้งหมดจะต้องเข้ารับการตรวจยืนยันว่าปลอดเชื้อแล้ว

สตม.เตรียมส่งผู้ต้องกักกลับประเทศ พร้อมยืนยัน รพ.สนาม ปลอดภัยแน่นอน!
สตม.เตรียมส่งผู้ต้องกักกลับประเทศ พร้อมยืนยัน รพ.สนาม ปลอดภัยแน่นอน!

นอกจากนี้ สตม. ยังมีนโยบายที่จะไม่รับผู้ต้องกักเพิ่มในระยะนี้ หากเจ้าหน้าที่จับกุมผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายได้ในจังหวัดต่าง ๆ ก็จะให้ฝากตัวไว้กับตำรวจภูธรจังหวัดก่อน เพราะในขณะนี้ สตม. มีผู้ต้องกักที่ยังอยู้ในความดูแลทั้งสิ้น 1,450 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • ห้องกักสวนพลู : จำนวน 896 คน
  • ห้องกักบางเขน : จำนวน 554 คน (ตามที่ระบุข้างต้น)

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ให้ข้อมูลว่า รพ.สนามของ ตม. นั้นจัดตั้งและบริหารจัดการโดยนำต้นแบบมาจากด่าน ตม.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเคยมีการระบาดของโควิด-19 ช่วงกลางปี 2563 ที่ผ่านมา และสามารถควบคุมได้ดี มีผู้ต้องกักติดเชื้อ 55 ราย เจ้าหน้าที่ 5 ราย ทั้งหมดรักษาหายเป็นปกติแล้ว ทั้งยังกล่าวย้ำว่าชุมชนและประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับที่ตั้งของรพ.สนาม ไม่ต้องกังวลกับเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อโรค เนื่องจากรพ.สนามแห่งนี้ได้ทำตามกฎมาตรฐานของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ สธ. ดูแลอย่างใกล้ชิด

สตม.เตรียมส่งผู้ต้องกักกลับประเทศ พร้อมยืนยัน รพ.สนาม ปลอดภัยแน่นอน!
สตม.เตรียมส่งผู้ต้องกักกลับประเทศ พร้อมยืนยัน รพ.สนาม ปลอดภัยแน่นอน!

นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้มีการกล่าวยืนยันว่า รพ.สนามที่จัดตั้งนั้นเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่แยกออกมาจากเขตชุมชน มีระบบระบายอากาศ และมีการป้องกันการแพร่เชื้อที่ดี เพราะจากประสบการณ์ในการจักตั้ง รพ.สนามมากว่า 10 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดอื่น ๆ ทำให้ทางกรมควบคุมโรคได้นำประสบการณ์เหล่านั้นมาบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมี

นอกจากนี้รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า  “คนที่มีโรคประจำตัว อายุมาก มีเชื้อเยอะ จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เบื้องต้นผู้ต้องกักที่ติดเชื้อไม่มีอาการ จึงมีโอกาสน้อยที่อาการรุนแรงหรือเสียชีวิต แต่จะติดตามอาการทุกคนอย่างใกล้ชิดถ้ามีอาการมากขึ้น ผู้ป่วยปอดติดเชื้อจะถูกส่งไปรักษาต่อที่ รพ.”

ข้อมูล : BBC NEWS

ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่

จำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน พ่วงหลายข้อหา!

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564 ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 12 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดัง วัย 47 ปี ที่เป็นจำเลยฐานต่อสู้ขัดวางการทำงานของเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ฯ ตามป.อาญามาตรา 138 ฐานเสพยาเสพติดและฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพรบ.อาวุธปืน ที่สามารถแบ่งโทษออกได้ ดังนี้

  • ให้จำคุกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน
  • ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน
  • ฐานเสพยาฯ จำคุกอีก 6 เดือน รวมจำคุกคดีนี้ทั้งสิ้นเป็นเวลา 1 ปี 18 เดือน
  • บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทของอดีตภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน
ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่
ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่

เป็นจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือน โดยศาลไม่รอการลงโทษเเม้ว่าจำเลย อ้างป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ขณะกระทำผิดเนื่องจากเห็นว่าจากพฤติการณ์การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่พบว่าจำเลยรู้ผิดชอบดี จึงไม่อาจอ้างภาวะป่วยดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยนั้นไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งศาลเคยให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีในการรอลงอาญาคดีอื่นไว้แล้วแต่จำเลยยังมากระทำผิดซ้ำในช่วงเวลารอลงอาญาอีก จึงไม่สมควรให้รอลงอาญาและให้นับโทษจำเลยต่อจากคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย (ก่อเหตุเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2560 ที่ผ่านมา)

ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่าฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มี และใช้ตามกฎหมาย และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 5 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุก 1 ปี 15 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี 3 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ3705/2559 ของศาลอาญาเข้ากับโทษของจำเลย ในคดีนี้เป็นจำคุก 2 ปี 18 เดือน ให้ยกคำขอให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช

ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่
ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่

ศาลฎีกาพิพากษา มีคำพิพากษาว่า คดีนี้จำเลยยื่นขอรับรอง อนุญาตให้ฎีกา จากผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่นั่งพิจารณา และผู้ที่นั่งทำคำพิพากษา ซึ่งผู้พิพากษาได้พิจารณาคำร้องขอให้รับรองให้ยื่นฎีกาแล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามที่ให้ยื่นฎีกา จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ยื่นฎีกา ดังนั้นศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งต่อไปว่า เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตให้ยื่นฎีกา คดีจึงถึงที่สุด ให้ออกหมายคดีถึงที่สุด และให้จำคุกจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลอุทรณ์ จากนั้นราชทัณฑ์จึงคุมตัวนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ เข้าไปยังเรือนจำใต้ถุนศาล เพื่อส่งตัวไปยังเรือนจำพิเศษมีนบุรีต่อไป

ข้อมูลจาก : ไทยรัฐ

กทม.ประกาศคุมเข้มโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ 2564 ฝ่าฝืนโทษจำ-ปรับ

กิจกรรมไหนทำได้-ไม่ได้ช่วงสงกรานต์ 2564

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทยมีอันต้องยุติลง เพื่อเป็นการควบคุมโรค และไม่ให้โรคแพร่ระบาดไปมากกว่าเดิม แต่ในปี 2564 นี้ ประเทศไทยก็ได้กลับมาจัดกิจกรรมวันสงกรานต์อีกครั้ง แต่จำเป็นต้องออกกฎหรือข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกันโรค

พล.ต.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ 2564 ที่จำเป็นจะต้องมีการจัดงานหรือกิจกรรมเพื่อส่งเสริมประเพณี และวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ ทั้งการเล่นสาดน้ำ ปะแป้ง ที่จะต้องรวมกลุ่มเป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ได้จัดการประชุมครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ที่ผ่านจึงได้มีมติเห็นชอบมาตรการต่าง ๆ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง

กทม.ประกาศคุมเข้มโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ 2564 ฝ่าฝืนโทษจำ-ปรับ
กทม.ประกาศคุมเข้มโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ 2564 ฝ่าฝืนโทษจำ-ปรับ

ดังนั้น จึงอาศัยตามอำนาจตามความในมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และมติของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครดังกล่าว จึงประกาศมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในช่วงสงกรานต์ ภายในพื้นที่กทม. ดังนี้

  1. การจัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์ โดยกิจกรรมพื้นฐาน อาทิ การจัดพิธีสรงน้ำพระ รวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ ทางศาสนา การจัดพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ สามารถดำเนินการได้ แต่ให้ผู้จัดกิจกรรม และประชาชนปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ส่วนในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิน 300 คน ผู้จัดกิจกรรมจะต้องยื่นแผนการจัดงาน และมาตรการควบคุมโรคติดต่อต่อสำนักงานเขตพื้นที่ก่อนจัดงาน
กทม.ประกาศคุมเข้มโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ 2564 ฝ่าฝืนโทษจำ-ปรับ
กทม.ประกาศคุมเข้มโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ 2564 ฝ่าฝืนโทษจำ-ปรับ
  1. การจัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์โดยมีกิจกรรมเพิ่มเติมจากกิจกรรมพื้นฐานตามข้อที่ 1 เช่น การออกร้าน การจัดเลี้ยง ที่มีผู้ร่วมกิจกรรมเกิน 100 คน ผู้จัดกิจกรรมจะต้องยื่นแฟนการจัดงานและมาตรการควบคุมโรคต่อสำนักงานเขตพื้นที่ก่อนการจัดงาน ทั้งนี้ ควรจัดในพื้นที่โล่งแจ้ง อากาศระบายได้ดี หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมในพื้นที่แคบหรือพื้นที่ห้องปรับอากาศ รวมไปถึงงดจัดกิจกรรมที่ต้องสัมผัสใกล้ชิด เช่น การรวมกลุ่มเล่นสาดน้ำ การปะแป้ง หรือปาร์ตี้โฟม
  2. ควรหลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงและสังสรรค์ในกลุ่มที่มาหลากหลายพื้นที่ งดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มร่วมกันเป็นเวลานาน
กทม.ประกาศคุมเข้มโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ 2564 ฝ่าฝืนโทษจำ-ปรับ
กทม.ประกาศคุมเข้มโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ 2564 ฝ่าฝืนโทษจำ-ปรับ

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางทาจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปอาจก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ข้อมูลจาก : POSTTODAY

เปิดไทม์ไลน์! ผู้เสียชีวิตวัย 60 เผยรู้ตัวว่าติดเชื้อโควิด-19 เพียง 4 วัน ก่อนเสียชีวิต

ผู้ป่วยชายวัย 60 เสียชีวิตจากโควิด-19 หลังตรวจหาเชื้อได้ 4 วัน

ณ ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในบ้านเรา ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะจากกรณีล่าสุดมีผู้ป่วยชายวัย 60 ได้เสียชีวิตลงจากโรคโควิด-19 หลังตรวจหาเชื้อได้เพียงแค่ 4 วัน แต่มีโรคประจำตัวแทรกซ้อนอยู่

โดยวันที่ 22 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมาศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ได้แถลงการณ์สถานการณ์การแพร่ระบาดประจำวันโดย พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ได้มีการเปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 73 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 66 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศอีก 7 ราย ทั้งนี้ ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 27,876 ราย หายแล้ว 26,663 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ยอดสะสมอยู่ที่ 91 ราย

เปิดไทม์ไลน์! ผู้เสียชีวิตวัย 60 เผยรู้ตัวว่าติดเชื้อโควิด-19 เพียง 4 วัน ก่อนเสียชีวิต
เปิดไทม์ไลน์! ผู้เสียชีวิตวัย 60 เผยรู้ตัวว่าติดเชื้อโควิด-19 เพียง 4 วัน ก่อนเสียชีวิต

สำหรับผู้เสียชีวิตรายล่าสุด เป็นเพศชายชาวไทย อายุ 60 ปี ประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัท อาศัยอยู่ที่ในเขตกรุงเทพฯ มีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็งปอดระยะสุดท้าย โดยมีไทม์ไลน์ ดังนี้

  • วันที่ 14 มีนาคม 2564 : ผู้เสียชีวิตรายนี้เข้ารับการตรวจคัดกรองเชิงรุก
  • วันที่ 15 มีนาคม 2564 : ช่วงเย็นผู้ป่วยเริ่มมีอาการหายใจเหนื่อย จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. ต้องใช้ท่อช่วยหายใจ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยเป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ และผลตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 จากนั้นจึงเข้าห้องแยกทันที
  • วันที่ 18 มีนาคม 2564 : มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ต้องทำการกู้ชีพ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลา 17 น.
เปิดไทม์ไลน์! ผู้เสียชีวิตวัย 60 เผยรู้ตัวว่าติดเชื้อโควิด-19 เพียง 4 วัน ก่อนเสียชีวิต
เปิดไทม์ไลน์! ผู้เสียชีวิตวัย 60 เผยรู้ตัวว่าติดเชื้อโควิด-19 เพียง 4 วัน ก่อนเสียชีวิต

นอกจากนี้ยังได้มีการตรวจสอบพื้นที่ระแวกบางขุนเทียน พระราม 2 อย่างใกล้ชิด โดยเมื่อช่วงที่ผ่านมา สำนักงานประชาสัมพันธ์ รายงานว่า กรุงเทพมหานครพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวน 2 ราย ที่เข้ารับการตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จึงได้เร่งดำเนินการขยายผลสอบสวนโรคจากผู้ที่เกี่ยวกับผู้ป่วย 2 รายดังกล่าวทันที

โดยศูนย์บริการสาธารณสุข 42 ถนอม ทองสิมา ลงพื้นที่สอบสวนโรคที่โรงงานย่านพระราม 2 พบกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยง จำนวน 215 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 37 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจำนวน 178 ราย ซึ่งหลังจากตรวจหาเชื้อในผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 37 ราย พบว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวน 28 ราย นอกจากนี้ได้กักกัน แนะนำผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้สังเกตอาการและวัดไข้ทุกวัน พร้อมเร่งทำความสะอาดพื้นที่ทันที

ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคของกรุงเทพมหานครกำลังเร่งรัดติดตามประวัติการเดินทางของผู้ป่วย ค้นหาผู้มีอาการ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง รวมไปถึงผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำเพิ่มเติม โดยจะลงสอบสวนโรคเพิ่มเติมที่โรงงานและหอพักที่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อต่อไปด้วย นอกจากนี้ได้จัดรถพระราชทานตรวจหาเชื้อเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชน และส่งตัวผู้มีอาการเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล อีกทั้งกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่เป็นการด่วน

ข้อมูล : Kapook

เด็ก Gen Z ควรได้รับการศึกษาเกี่ยวกับอบายมุข เช่นการพนัน

ทำไมโฆษณาจากเว็บพนันส่งผลกระทบต่อเยาวชน

เด็ก Gen Z คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่อยู่แวดล้อม มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ และเรียนรู้ได้เร็วเพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนเว็บ สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ทำให้รับข้อมูลข่าวสารได้ไม่จำกัดและชอบตัดสินใจทำอะไรอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองหากเด็กได้รับรู้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมอาจตามมาซึ่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตได้โดยง่ายโดยเฉพาะเรื่องของการพนัน เป็นต้น

แอนดรูว์ มิลิแกน ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่า เด็ก ๆ ควรได้รับการศึกษาเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากปัญหาการพนัน และควรมีอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียน นอกจากนี้แพทย์จากคณะสาธารณสุขศาสตร์เตือน ผลกระทบของการโฆษณาสิ่งยั่วยุที่มีผลกระทบต่อเด็กควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม

ไม่เพียงเท่านั้น ฟิลิป แมคกีแกน สมาชิกสมัชชา Sinn Fein กล่าวว่า “มันส่งผลกระทบต่อเด็ก ๆ ในปริมาณที่มากขึ้นและมากขึ้นซึ่งจำเป็นต้องได้รับการจัดการไม่เช่นนั้นจะมีการแพร่ระบาดของปัญหาการพนันในหมู่คนหนุ่มสาวมากขึ้น”

เด็ก Gen Z ควรได้รับการศึกษาเกี่ยวกับอบายมุข เช่นการพนัน
Philip McGuigan

ในประเทศสาธารณะรัฐจากการศึกษาพบว่า การพนันเติบโตเป็น 2 เท่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา นั่นหมายถึงนักพนันจำนวน 1,200 คน เป็นเด็กอายุระหว่าง 15-16 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากเพราะการติดพนันเป็นตัวบ่อนทำลายความสัมพันธุ์ ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างบุคคล อารมณ์ ความเครียด สุขภาพ และมีผลกระทบต่อสถานะทางการเงิน

ในปัจจุบันมีเว็บพนันมากมายเปิดให้สมัครเข้าเล่นพนันได้โดยไม่สนใจว่า ผู้เล่นจะเป็นเด็กและเยาวชน ขอแค่มีบัญชีธนาคารเท่านั้น และส่วนใหญ่แฝงการโฆษณามาในเว็บดูหนังฟังเพลง ที่เด็ก Gen Z ให้ความสนใจผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ โดยธุรกิจการพนันในยุคดิจิทัลพัฒนาไปไกล มีกระบวนการทางการตลาดที่แข็งแรง โฆษณาชวนเชื่อหลอกล่อกลุ่มเป้าหมายให้ติดกับดักมากขึ้น

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลก็คือเครดิต โดยผู้เล่นสามารถเล่นก่อนจ่ายที่หลัง มีรางวัลใหญ่ล่อใจ ว่าจ้างคนมีชื่อเสียงโน้มน้าวทางความคิดหรือ รีวิวและบอกต่อกันว่าเล่นง่าย จ่ายจริง จ่ายไว มีเกมพนันให้เล่นมากมาย อาทิ บาคาร่า ป๊อกเด้ง ไฮโล สล็อต เกมยิงปลา ฯลฯ และที่สำคัญมาในรูปแบบเป็นเกมให้ผู้เล่นรู้สึกสนุกเหมือนไม่ได้เล่นพนัน แต่นั่นคือการเล่นพนัน ซึ่งอยู่ใกล้ตัวมาก

แม้ว่าจะทราบดีถึงพิษภัยของการพนันแต่กับมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นมหาศาลในธุรกิจนี้ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ต้องลงมืออย่างเด็ดขาดเกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องเป็นภาครัฐผู้กำหนดนโยบายและมีอำนาจปราบปรามให้เด็ดขาด มาวางมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจังและรอบคอบที่สุด อาจจำเป็นต้องออกกฎหมายบังคับใช้เพิ่มบทลงโทษหรือให้มีความทันสมัยมากขึ้นเพื่อไม่ให้มีการเพิ่มรูปแบบการพนันต่างๆ เข้ามาในสังคมมากขึ้นอีก

ที่มา : Belfasttelegraph

พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตดัง ‘แม่สอด’ ติดเชื้อโควิด-19 เร่งค้นหาผู้มีความเสี่ยงสูง!

การแพร่ระบากของเชื้อโควิด-19 ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกต่างพูดถึง ซึ่งในประเทศไทยเองตอนนี้ก็กำลังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะจากกรณีที่พบแม่ค้าแพกุ้ง สมุทรสาครติดเชื้อ ก็ทำให้ตอนนี้สาธารณสุขต้องเร่งติดตามผลการแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้ผลสรุปออกมาว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 500 คน

และไม่เพียงแค่จังหวัดสมุทรสาครที่น่าเป็นห่วง แต่ทางตอนเหนือของประเทศไทยก็อยู่ในระดับที่ต้องจับตามองเช่นกัน ซึ่งช่วงค่ำของวานนี้ (20 ธันวาคม 2563) ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลแม่สอด อ.แม่สอด จังหวัดตาก ได้เข้าไปตรวจสอบซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังแห่งหนึ่งของอำเภอแม่สอด ซึ่งร้านแห่งนี้เป็นร้านที่มีลูกค้าชาวเมียนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก หลังพบว่ามีพนักงานหญิงชาวเมียนมา มีอาการป่วย และพบเชื้อโควิด-19 โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่ได้ทำการสอบสวนพนักงานในห้างคนอื่น ๆ และเจ้าของหา เพื่อต้องการค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงมากต่อไป

และเมื่อช่วงค่ำของวานนี้เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลได้เข้าไปสอบสวนเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเจ้าของได้ระบุว่า พนักงานเคาน์เตอร์รายนี้จะสัมผัสกับลูกค้าจำนวนมาก เพราะเป็นผู้ตรวจสอบสินค้า รับเงิน และทอนเงิน ซึ่งขณะนี้ทางร้านได้ปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเย็น (หลังผลตรวจออก) โดยปกติจะปิดบริการในเวลา 21.00 น. สำหรับพนักงานหญิงชาวเมียนมาคนดังกล่าว ได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแม่สอดแล้ว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4  กองกำลังนเรศวรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดกำลังพลอำนวยความสะดวก ส่งกลับกลุ่มแรงงาน โดยใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองแม่สอด  เพื่อป้องกันควบคุมโควิด-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโดยเฉพาะที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ทางจังหวัดตาก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางมาตรการ ป้องกันควบคุมโควิด-19 อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรการดูแลควบคุมกลุ่มแรงงานชาวเมียนมา ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ชั้นใน เพื่อเดินทางผ่านอำเภอแม่สอด กลับไปยังประเทศสหภาพเมียนมา

ทั้งนี้ จะมีการตรวจคัดกรองกลุ่มแรงงานเมียนมา บริเวณด่านตรวจเพื่อความมั่นคงบ้านห้วยหินฝน ถนนตาก-แม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  และใช้รถทหารขับนำรถกลุ่มแรงงาน เพื่ออำนวยความสะดวก ในการเดินทางไปยังสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2  ด้วยเส้นทางเลี่ยงเมือง ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร เพื่อป้องกันแรงงานลงรถก่อนถึงสะพานฯ แล้วหลบหนีเข้ามาในอำเภอแม่สอดอีกครั้ง เพื่อเป็นลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในพื้นที่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการอำนวยความสะดวก ส่งกลับกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาแล้ว จำนวนกว่า 56 คน แบ่งเป็นรถตู้โดยสารสาธารณะ จำนวน 10 คัน และรถยนต์ส่วนบุคคล อีกจำนวน 1 คัน

ข้อมูล : Sanook

เปิดตัวชุด ‘ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา’ ชุดประจำชาติบนเวที MU 2020 ของ อแมนด้า

บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN) ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (Miss Universe Thailand) ได้จัดการคัดเลือกชุดประจำชาติไทย ให้กับ ‘อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม’ ได้สวมใส่ขึ้นบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2020

ผลประกาศออกมาว่า ชุดประจำชาติไทยในปีนี้ได้แก่ “ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา” หรือชุดปลากัด ซึ่งใรจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์ชุดมาจาก นางในวรรณคดี และยังได้มีการผนวกสีสันของ ปลากัดไทย ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ จนได้กลายมาเป็นชุดประจำชาติที่สง่างาม อลังการ เตรียมพร้อมให้ อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม ใส่เฉิดฉายบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 69

ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา ชุดประจำชาติของ "อแมนด้า"
ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา ชุดประจำชาติของ “อแมนด้า”

ชุดประจำชาติไทยในปีนี้ ทางกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ได้คัดเลือกเริ่มต้นจากแนวคิด นางในวรรณคดี ที่สาวงามสวมใส่ขึ้นประกวดบนเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ที่ผ่านมา และชุดที่ได้รับการโหวตและได้รับคัดเลือกให้เป็นชุดประจำชาติคือ “ชุดไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา” ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบโดย อัครัช ภูษณพงษ์ นักออกแบบชื่อดัง ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจ “นางสุพรรณมัจฉา” ที่เป็นนางในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ แต่ได้มีการเพิ่มความสง่างามของนางสุพรรณมัจฉาด้วยการปรับโฉมให้มีความงามแบบปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติไทยที่ทรงคุณค่า มีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ และยังโดดเด่นด้วยสีสันของธงไตรรงค์บริเวณครีบอันพลิ้วไหว ซึ่งลวดลายที่ทุกคนได้เห็นบนชุดของอแมนด้านั้น ก็เป็นลวดลายเสมือนจริงของปลากัดหางสั้นลายธงชาติ ที่ถือว่าเป็นปลากัดที่มีราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ‘เจ้าไตรรงค์’

ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา ชุดประจำชาติของ "อแมนด้า"
ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา ชุดประจำชาติของ “อแมนด้า”

นักสู้แห่งสายน้ำของประเทศไทย หรือ ปลากัด (The River Fighter of Siam) นับว่าเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทยที่ได้รับการยืนยันจากประกาศของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 และเรื่องราวของปลากัดไทยก็เป็นที่รู้จักกันมานานกว่า 100 ปี ทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยต่างประเทศได้ขนานนามปลาชนิดนี้ว่าเป็น “Siamese Fighting Fish”

และด้วยภาพลักษณ์ความสวยงามดังกล่าว ทำให้ APPLE (แอปเปิ้ล) แบรนด์ผู้ผลิตมือถือชั้นนำของโลก ได้มีการนำรูปของปลากัดไทย ไปใช้ในการโปรโมทสมาร์ทโฟนรุ่นฮิต อย่าง iPhone 6 ซึ่งจากภาพที่ปรากฏออกไป ก็เป็นตัวการันตีสำคัญว่าปลากัดไทยนั้นมีความสวยงามและได้รับการยอมรับในระดับโลกมากเพียงใด

แล้ววันนี้ปลากัดไทยก็กำลังจะได้ไปแหวกว่ายอยู่บนเวทีจักรวาล เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นนักสู้ของไทย เช่นเดียวกันกับมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ที่มีศักยภาพอันเหลือล้น เป็นตัวจริงแห่งจักรวาล เพื่อสร้างชื่อให้ประเทศไทยได้ดังกระหึ่มไปทั่วโลกบนเวทีระดับจักรวาลแบบไม่มีที่ติ

ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา ชุดประจำชาติของ "อแมนด้า"
ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา ชุดประจำชาติของ “อแมนด้า”

ร่วมชมและเป็นกำลังใจให้ ‘อแมนด้า’ พร้อมชมความสวยงามของชุดไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉาอย่างใกล้ชิด โดยอแมนด้าจะมาอวดโฉมความงามของตัวเธอพร้อมชุดที่สง่างามก่อนเดินทางไปทำหน้าที่ ที่ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ นอกจากนี้ทุกคนยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของการประกวด ได้ที่ www.missuniverse.in.th และแอปพลิเคชัน Miss Universe Thailand 2020

ข้อมูลจาก : Sanook

วิจารณ์เดือด! โรงเรียนดังเพชรบูรณ์ บังคับนักเรียนซ้อมแปรอักษรกลางแดด

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์และแชร์ภาพโดยนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียนดังจังหวัดเพชรบูรณ์ ในเนื้อหา ได้ระบุว่า นักเรียนกลุ่มหนึ่งได้ถูกสั่งให้นั่งกลางแดด พร้อมทั้งซ้อมแปรอักษร ครบรอบ 111 ปี ของโรงเรียน ทำให้มีนักเรียนบางรายถึงกับเป็นลม เพราะทนกับสภาพอากาศที่ร้อนไม่ไหว และได้มีการหามส่งโรงพยาบาล

วิจารณ์เดือด! โรงเรียนดังเพชรบูรณ์ บังคับนักเรียนซ้อมแปรอักษรกลางแดด
www.brighttv.co.th

แต่ทางโรงเรียนก็ยังไม่หยุดกิจกรรม จนกระทั่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าการกระทำนี้เหมาะสมหรือไม่ ท้ายที่สุดก็ได้มีการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า โรงเรียนดังกล่าวคือ โรงเรียนวิทยานุกูลนารี ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางเมืองเพชรบูรณ์

ในการนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยานุกูลนารี นายพัชริน ภู่ชัย ได้กล่าวว่า เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีการจัดงานครบรอบ 111 ปี ซึ่งเป็นงานที่มีความสำคัญต่อคณะครูอาจารย์ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ใช้ชื่อว่า เจียรนัยเพชรวิชาการฉลองร้อยสิบเอ็ดปีโรงเรียนวิทยานุกูลนารี ซึ่งในช่วงเช้ามีการจัดกิจกรรมบวงสรวงเจ้าแม่ชีปาขาว ซึ่งเป็นที่สักการะและเป็นที่ยึดเหนี่ยวของพวกเรามายาวนาน สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องจากเด็ก ๆ ในโรงเรียนเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยบ่อย ทางโรงเรียนจึงได้มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อสร้างเป็นพลังใจให้เด็ก ๆ มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น และเนื่องจากวันนั้นอากาศร้อนทางโรงเรียนจึงได้มีการย่นเวลากิจกรรมให้น้อยลง โดยในวันงานกิจกรรมบวงสรวงและการแปรอักษรก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

วิจารณ์เดือด! โรงเรียนดังเพชรบูรณ์ บังคับนักเรียนซ้อมแปรอักษรกลางแดด
วิจารณ์เดือด! โรงเรียนดังเพชรบูรณ์ บังคับนักเรียนซ้อมแปรอักษรกลางแดด

และทางรองผู้อำนวยการโรงเรียนก็ได้กล่าวเสริมว่า ส่วนภาพที่เห็นเด็กนักเรียนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามที่ปรากฎในสื่อโซเชียลนั้น เป็นคนละเรื่องกัน เพราะภาพที่ถูกแชร์ออกไปเป็นภาพของนักเรียนที่เล่นบาสเกตบอล แล้วเกิดอาการนิ้วซ้น ทางผู้ปกครองจึงได้มารับตัวแล้วพาไปที่โรงพยาบาล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่โรงเรียนจัดกิจกรรมดังกล่าว

ด้าน นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งเบื้องต้นจากทางโรงเรียนดังกล่าว ว่าจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองโรงเรียนครบรอบ 111 ปี โดยมีการให้นักเรียนออกมาร่วมกิจกรรมกลางแจ้งทำให้เด็กเป็นลม ตนเองก็ได้แจ้งเตือนไปแล้วว่าให้ทางโรงเรียนหาวิธีอื่น ๆ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการกระทบกระทั่งกันระหว่างครูและผู้ปกครอง

ขณะเดียวกันทางสหพันธ์นักเรียนเพชรบูรณ์ และ เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพชรบูรณ์ ก็ได้รับการร้องเรียนจากนักเรียนเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ โดยทางสหพันธ์ฯ และเครือจ่ายคนรุ่นใหม่ ก็ได้เดินทางไปเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 40  เกี่ยวกับกรณี โรงเรียนวิทยานุกูลนารี จัดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน

ส่วนผลการหารือ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมเขต 40 ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นและจะแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดตามขั้นตอน โดยขั้นต้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 40 ได้กล่าวว่า หวังว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้และจะไม่ซุกปัญหาไว้ใต้พรมอย่างแน่นอน

ข้อมูลจาก : Sanook