จับตาดู! ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส อาจพุ่งชนโลก ใน 48 ปีข้างหน้า

มาไวกว่าเดิมแบบครึ่งต่อครึ่ง! สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผย นักดาราศาสตร์ต่างจับตามอง ‘ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส’ 1 ใน 3 ของดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสพุ่งชนโลก ในรอบ 100 ปี

แต่เมื่อไม่นานมานี้ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาย ได้ให้การเปิดเผยถึงการเปลี่ยนของแปลงวงโคจรของอะโพฟิสว่าอาจะมีโอกาสพุ่งชนโลกประมาณวันที่ 12 เมษายน 2611 หรือประมาณ 48 ปีข้างหน้า

โดยดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการค้นพบไปเมื่อปี 2004 ซึ่งดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 3 สนาม และแต่เดิมนักวิทยาศาตร์ ระบุไว้ว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีโอกาสพุ่งชนโลกเพียงแค่ 2.4% เท่านั้น กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ได้ลดโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนโลกเหลือเพียง 0%

ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส อาจพุ่งชนโลก ใน 48 ปีข้างหน้า
ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส อาจพุ่งชนโลก ใน 48 ปีข้างหน้า

Dave Tholen ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์ประจำสถาบันดาราศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาวาย ผู้ที่ได้ติดตามดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสมามากกว่า 16 ปี ได้ทำการอธิบายผลสำรวจล่าสุดว่า ‘การเปลี่ยนแปลงวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยเกิดจากการดูดซับรังสีจากดวงอาทิตย์ เรียกว่า ยาคอฟสกีเอฟเฟค ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสที่แต่เดิมได้มีอการคำนวณไว้ปีละ 170 เมตร ซึ่งมากพอที่จะมีโอกาสพุ่งชนโลกในปี 2611’ ซึ่งนั่นก็เกิดจากการที่ดาวเคราะห์น้อยเบี่ยงเส้นทางการเคลื่อนที่ และเร่งความเร็วขึ้นจากเดิม

ซึ่งดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส เป็นดาวเคราะห์ที่มีโอกาสเสี่ยงจะพุ่งชนโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากดาวเคราะห์น้อย 101955 เบนนู และดาวเคราะห์น้อย 1950 DA อย่างไรก็ตามองค์การนาซ่า ได้ระบุเพิ่มเติมไว้ว่า ‘แรงโน้มถ่วงของโลกอาจทำให้ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสที่เคลื่อนตัวห่างจากโลกราว 30,000 กิโลเมตร ทำให้เปลี่ยนทิศทางหรือส่งผลต่อพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยได้”

และการเข้าใกล้โลกในครั้งถัดไปของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส คือในวันที่ 13 เมษายน 2572 ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้สามารถมองเห็นดาวเคราะห์น้อยได้ด้วยตาเปล่า และนักดาราศาสตร์ต่างเฝ้ารอโอกาสนี้เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการคำนวณวงโคจรอย่างแม่นยำ และทำให้ทราบผลของแรงโน้มถ่วงและแสงอาทิตย์ที่มีผลต่อวงโคจรของอะโพฟิส

หากในปี พ.ศ. 2611 ดาวน้อยดวงนี้จะพุ่งชนโลกจริง ก็มีการคาดการณ์ว่าจะตกลงบริเวณพื้นที่แถบยุโรป และจะมีความรุนแรงของพลังระเบิดเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 1,200 ล้านตัน หรือมีความรุนแรงเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโรชิมาประเทศญี่ปุ่นมากถึง 80,000 ลูก

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook 

ฝรั่งเศส ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 เดือน หลังยอดผู้ติดโควิด-19 พุ่ง!

สถานการณ์ทั่วโลกที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดไปเมื่อช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าหลาย ๆ ประเทศ จะเริ่มมีตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่เริ่มลดน้อยลง แต่บางประเทศกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

เช่นตอนนี้ที่ประเทศฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ก็ได้ออกมาประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่งประเทศเป็นครั้งที่ 2 ระยะเวลาในการใช้มาตรการไม่น้อยกว่า 1 เดือน เนื่องจากตอนนี้ที่ประเทศฝรั่งเศสได้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงขึ้นจากเดิม

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประเทศฝรั่งเศส
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประเทศฝรั่งเศส ภาพจาก : www.thairath.co.th/news/foreign/1963994

โดยขณะนี้ที่ประเทศฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับการระบาดระลอกที่ 2 โดยมีผู้เสียชีวิตรายวันในระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งเมื่อวันอังคารที่มา ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 33,000 ราย ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน ซึ่งนายมาครงยังเตือนอีกว่าประเทศนี้กำลังเสี่ยงจะถูกครอบงำโดยการระบาดระลอกที่ 2 ที่มีความรุนแรงจากครั้งแรกแบบเท่าตัว

ซึ่งมาตรการล็อกดาวน์นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2563 และประชาชนจะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านได้ก็ต่อเมื่อมีธุระสำคัญ หรือมีเหตุผลทางการแพทย์เท่านั้น โดยจะต้องมีเอกสารรับรอง พร้อมทั้งกรอกแบบฟอร์มการเดินทางทุกครั้งเหมือนกับการล็อกดาวน์ครั้งที่ผ่านมา และห้ามรวมกลุ่มชุมนุมกันเพื่อก่อให้เกิดความเสี่ยงเด็ดขาด นอกจากนี้ธุรกิจต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร ผับ และบาร์ต่าง ๆ จะถูกปิด แต่สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนต่าง ๆ รวมไปถึงการให้บริการสาธารณะโดยเฉพาะรถระบบขนส่งมวลชน และโรงงานอุตสาหกรรมจะยังเปิดทำการตามปกติ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ฝรั่งเศส ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 เดือน
ฝรั่งเศส ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 เดือน ภาพจาก : www.news.pts.org.tw/article/498674

เช่นเดียวกันกับในบางพื้นที่ของประเทศเยอรมนี นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ก็เพิ่งประกาศเรื่องการใช้มาตรการล็อกดาวน์ควบคุมโรคเช่นกัน โดยจะทำการล็อกดาวน์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ตลอดช่วงเดือนพฤศจิกายน และมีการทวนเรื่องการใช้มาตรการอีกครั้งในทุก ๆ 2 สัปดาห์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป ร้านอาหาร ผับ บาร์ จะหยุดให้บริการเพื่อไม่ให้ประเทศเกิดภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ส่วนโรงเรียนยังคงเปิดทำการตามปกติ และนอกจากนี้ก็ขอความร่วมมือจากประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และจำกัดการรวมตัวในที่สาธารณะไม่ให้เกิน 2 ครัวเรือน พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความสะอาดที่เข้มงวดขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ในประเทศไทยจะไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มภายในประเทศ แต่เราก็ยังคงต้องเฝ้าระวังและทำตามกฎข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเข้มงวด ทั้งนี้เพื่อเป็นการระมัดวังระวังตัวเอง และเพื่อไม่ให้โควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำในประเทศอีกรอบ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook 

คอหวยแห่ขอโชคเรือเก๋งจีนอายุ 300 ปี หลังให้โชค 20 งวดติด

เรื่องการเสี่ยงโชคหรือการเสี่ยงดวงบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ ค่ะ ทั้งนี้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็อยู่กับความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละคน บางคนก็นำความฝันต่าง ๆ มาตีเป็นเลข บางคนก็ซื้อเลขเดิมซ้ำ ๆ จนกว่าจะถูก หรือบางคนเดินไปหยิบหวยสักใบเล่น ๆ แต่กลับถูกขึ้นมาซะอย่างนั้น แต่ก็อย่างที่บอกว่าเรื่องโชคชะตามันไม่เข้าใครออกใคร

อย่างวันนี้ข่าวที่เราจะนำเสนอคงถูกใจคอหวยไม่น้อย วันนี้เราพาไปที่อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 29 ตุลาคม 2563 คอหวยกว่า 50 ชีวิต ต่างพากันมารวมตัวที่ศาลาเรือโบราณ ภายในเขตของวัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อผอม อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ซึ่งภายในศาลาเรือโบราณจะมีทเรือไม้ตะเคียนทองและเรือเก๋งจีนไม้สักทอง ที่มีอายุรวมกันกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ แต่ที่สร้างความศรัทธาให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างพากันมามุง ขัด ๆ ถู ๆ กันอยู่นั้น นั่นก็คือ เรื่อเก๋งจีนที่มีอายุกว่า 300 ปี โดยที่ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทุกคนต่างพากันถูกหวยกันถ้วนหน้ากว่า 20 งวดติด! เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจริง ๆ แหละคุณ

แห่ขอโชคเรือเก๋งจีนอายุ 300 ปี หลังให้โชค 20 งวดติด ที่ จังหวัดชัยนาท
แห่ขอโชคเรือเก๋งจีนอายุ 300 ปี หลังให้โชค 20 งวดติด ที่ จังหวัดชัยนาท

ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงวันหวยออกอีกรอบ ชาวบ้านที่มีใจศรัทธาและชาวบ้านที่ถูกหวยเมื่องวดที่แล้ว จึงพากันมาแก้บนด้วยการนำชุดไทยมาวางถวายตั้งเรียงรายกันเต็มทั้งหน้าเรือและท้ายเรือ ซึ่งจากการสอบถาม ศาลาเรือโบราณแห่งนี้ได้ให้โชคกับนักเสี่ยงดวงมาแล้วแบบนับไม่ถ้วน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคน เพราะบางคนก็ถูกหลักพันแต่บางคนโชคดีหน่อยก็ถูกกันไปจนถึงหลักล้าน! ส่วนในครั้งนี้คอหวยที่เซียน ๆ แอบกระซิบมาว่าเห็นเลขเด็ดเป็นเลข 5 เข้ามาประกอบกับ 53,35,25 ส่วนเลขรองหลายคนเห็นเป็น 27 เด่นลอยมาแบบชัด ๆ แบบไม่มีกั๊ก ทำให้หลายคนต่างพากันยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเพื่อเก็บไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดที่กำลังจะถึง จะถูกซ้ำเป็นงวดที่ 21 หรือไม่ยังไงก็ต้องรอดูกันในงวดนี้ แต่ถึงอย่างไรก็หวังว่าเรือเก๋งจะพาโชคลาภมาสู่ทุกคนนะคะ

แต่ทั้งหมดที่นำมาเสนอไม่ได้มีเจตนาจะยั่วยุ หรือชี้ทางที่งมงายให้กับทุกคนแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการเสนอมุมมองในเรื่องของความเชื่อ และการเสี่ยงดวงให้กับคนที่สนใจเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook

องค์การอนามัยโลก เผยมีผู้ติดโควิด-19 เกือบ 3 ล้านคนทั่วโลกในช่วง 7 วันที่ผ่านมา

สถานการณ์ที่ถือได้ว่าตึงเครียดมากที่สุดในโลกตอนนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19’ อย่างแน่นอน ซึ่งสถานการณ์นี้เกิดขึ้นแบบจริงจังราว ๆ ช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่าน ตอนนี้ก็ผ่านมาร่วมกว่า 10 เดือนแล้ว แต่สถานการณ์กลับไม่เบาบางลง มิหนำซ้ำหลายประเทศใหญ่ ๆ กลับทวีความรุนแรงขึ้นอีกด้วย

ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสทั่วโลกเพิ่มอีก 2.8 ล้านคน ในช่วงระยะ 7 วันที่ผ่านมา และมียอดผู้ติดเสียชีวิตเพิ่มอีก 40,000 ราย และ WHO ยังเผยอีกว่า ยุโรปมีอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ด้วยจำนวนมากถึง 1.3 ล้านคน คิดเป็น 33 เปอร์เซ็นต์จากสัปดาห์ก่อน และคิดเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลก

มีผู้ติดโควิด-19 เกือบ 3 ล้านคนทั่วโลกในช่วง 7 วันที่ผ่านมา
ยอดผู้ติดโควิด-19 พุ่งเกือบ 3 ล้านคนทั่วโลกในช่วง 7 วัน ภาพจาก : www.sondhitalk.com/2020/03/04/2767

นอกจากนี้ในแถบอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแอฟริกา ต่างก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันทางแถบแปซิฟิกตะวันตกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดน้อยลง ส่วนในประเทศอินเดียมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วง 7 วันที่ผ่าน ตามมาด้วยสหรัฐฯ ฝรั่งเศส บราซิล และอังกฤษ

สำหรับในประเทศสหรัฐฯ มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มมากกว่า 8.8 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 227,000 ราย โดยในช่วง 7 วันที่ผ่านมานั้นมีผู้ติดเชื่อเพิ่มขึ้นกว่า 500,000 คน หรือราว ๆ 70,000 รายต่อวัน สำหรับรัฐที่ต้องจับตาในสถานโควิด-19 ระบาด ได้แก่ อิลลินอยส์ ที่เป็นพิกัดใหม่ที่มีการระบาดด้วยยอดผู้ติดเชื้อกว่า 31,000 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา จนทางผู้ว่าการฯ ต้องประกาศมาตรการควบคุมการระบาดในหลายพื้นที่ ทั้งยังห้ามรวมกลุ่มเกิน 25 คนตามบาร์และร้านอาหาร ขณะเดียวกันที่รัฐเท็กซัส วิสคอนซิน และแคลิฟอร์เนีย ก็พบการระบาดใหม่เพิ่มสูงเช่นกัน

สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย
สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ภาพจาก : www.thaihitz.com

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยนั้น พบผู้ป่วยเพิ่ม 4 ราย ใน State Quarantine โดยทั้ง 4 รายเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากประเทศ ดังนี้ เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น 1 ราย มีอาการไอ มีเสมหะ,เดินทางกลับจาก UAE 1 ราย มีอาการไอและปวดศีรษะ ,เดินทางกลับจากคูเวต 1 ราย ไม่มีอาการ และอีกหนึ่งรายเดินทางกลับจากคูเวต เคยมีประวัติป่วยเป็นโควิด-19 มาก่อน

อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะไม่มีการพบเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ แต่ทุกคนก็ยังคงต้องเฝ้าระวังตัวเองเช่นเดิม ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การหลีกเลี่ยงไปในสถานที่แออัด ล้างมือทุกครั้งเมื่อสัมผัสกับสิ่งของสาธารณะ และหากใครที่จำเป็นต้องเดินทางไป-กลับต่างประเทศ ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการและระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม

ขอบคุณข้อมูลจาก : Voathai

กรมอุตุฯ เตือน! พายุ ‘โมลาเบ’ ฝนถล่มเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะภาคอีสาน

วันที่ 28 ตุลาคม 2563 กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการพยากรณ์อากาศและระบุเอาไว้ว่า ‘พายุไต้ฝุ่นโมเบลา’ (พายุระดับ 5) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะมีการเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 ตุลาคม 2563 หลักจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในระดับ 3 และเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ในขณะที่ร่องมรสุมยังคงมีพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบวกกับลมแรงเป็นบางแห่ง ทั้งนี้ก็ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยคอยเฝ้าระวังและรับมือกับอันตรายจากฝนตกหนัก ลมแรง ซึ่งอาจจะเกิดเป็นน้ำป่าไหลหลากได้

พายุไต้ฝุ่นโมเบลาถล่มหนักวันที่ 28 ตุลาคมนี้!
พายุไต้ฝุ่นโมเบลาถล่มหนักวันที่ 28 ตุลาคมนี้!

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

ในวันที่ 28 ตุลาคม 2563

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
  • ภาคเหนือ: จังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร

ในวันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2563

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
  • สำหรับในพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นก็จะได้รับผลกระทบในพายุครั้งนี้เช่นเดียวกัน
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุไต้ฝุ่นโมลาเบ
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุไต้ฝุ่นโมลาเบ

และสำหรับคลื่นลมทะเลบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทั้งนี้ขอให้ชาวประมงเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือขณะที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้นะคะ

ทั้งนี้ก็ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ผ่านทาง http://www.tmd.go.th หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และกรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 17.00 น.

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมอุตุนิยมวิทยา