จำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน พ่วงหลายข้อหา!

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564 ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 12 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดัง วัย 47 ปี ที่เป็นจำเลยฐานต่อสู้ขัดวางการทำงานของเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ฯ ตามป.อาญามาตรา 138 ฐานเสพยาเสพติดและฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพรบ.อาวุธปืน ที่สามารถแบ่งโทษออกได้ ดังนี้

  • ให้จำคุกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน
  • ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน
  • ฐานเสพยาฯ จำคุกอีก 6 เดือน รวมจำคุกคดีนี้ทั้งสิ้นเป็นเวลา 1 ปี 18 เดือน
  • บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทของอดีตภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน
ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่
ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่

เป็นจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือน โดยศาลไม่รอการลงโทษเเม้ว่าจำเลย อ้างป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ขณะกระทำผิดเนื่องจากเห็นว่าจากพฤติการณ์การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่พบว่าจำเลยรู้ผิดชอบดี จึงไม่อาจอ้างภาวะป่วยดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยนั้นไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งศาลเคยให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีในการรอลงอาญาคดีอื่นไว้แล้วแต่จำเลยยังมากระทำผิดซ้ำในช่วงเวลารอลงอาญาอีก จึงไม่สมควรให้รอลงอาญาและให้นับโทษจำเลยต่อจากคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย (ก่อเหตุเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2560 ที่ผ่านมา)

ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่าฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มี และใช้ตามกฎหมาย และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 5 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุก 1 ปี 15 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี 3 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ3705/2559 ของศาลอาญาเข้ากับโทษของจำเลย ในคดีนี้เป็นจำคุก 2 ปี 18 เดือน ให้ยกคำขอให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช

ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่
ศาลสั่งจำคุกเสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดียาเสพติด – ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่

ศาลฎีกาพิพากษา มีคำพิพากษาว่า คดีนี้จำเลยยื่นขอรับรอง อนุญาตให้ฎีกา จากผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่นั่งพิจารณา และผู้ที่นั่งทำคำพิพากษา ซึ่งผู้พิพากษาได้พิจารณาคำร้องขอให้รับรองให้ยื่นฎีกาแล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามที่ให้ยื่นฎีกา จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ยื่นฎีกา ดังนั้นศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งต่อไปว่า เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตให้ยื่นฎีกา คดีจึงถึงที่สุด ให้ออกหมายคดีถึงที่สุด และให้จำคุกจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลอุทรณ์ จากนั้นราชทัณฑ์จึงคุมตัวนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ เข้าไปยังเรือนจำใต้ถุนศาล เพื่อส่งตัวไปยังเรือนจำพิเศษมีนบุรีต่อไป

ข้อมูลจาก : ไทยรัฐ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *