สถานการณ์ทั่วโลกที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดไปเมื่อช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าหลาย ๆ ประเทศ จะเริ่มมีตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่เริ่มลดน้อยลง แต่บางประเทศกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

เช่นตอนนี้ที่ประเทศฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ก็ได้ออกมาประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่งประเทศเป็นครั้งที่ 2 ระยะเวลาในการใช้มาตรการไม่น้อยกว่า 1 เดือน เนื่องจากตอนนี้ที่ประเทศฝรั่งเศสได้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงขึ้นจากเดิม

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประเทศฝรั่งเศส
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประเทศฝรั่งเศส ภาพจาก : www.thairath.co.th/news/foreign/1963994

โดยขณะนี้ที่ประเทศฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับการระบาดระลอกที่ 2 โดยมีผู้เสียชีวิตรายวันในระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งเมื่อวันอังคารที่มา ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 33,000 ราย ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน ซึ่งนายมาครงยังเตือนอีกว่าประเทศนี้กำลังเสี่ยงจะถูกครอบงำโดยการระบาดระลอกที่ 2 ที่มีความรุนแรงจากครั้งแรกแบบเท่าตัว

ซึ่งมาตรการล็อกดาวน์นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2563 และประชาชนจะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านได้ก็ต่อเมื่อมีธุระสำคัญ หรือมีเหตุผลทางการแพทย์เท่านั้น โดยจะต้องมีเอกสารรับรอง พร้อมทั้งกรอกแบบฟอร์มการเดินทางทุกครั้งเหมือนกับการล็อกดาวน์ครั้งที่ผ่านมา และห้ามรวมกลุ่มชุมนุมกันเพื่อก่อให้เกิดความเสี่ยงเด็ดขาด นอกจากนี้ธุรกิจต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร ผับ และบาร์ต่าง ๆ จะถูกปิด แต่สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนต่าง ๆ รวมไปถึงการให้บริการสาธารณะโดยเฉพาะรถระบบขนส่งมวลชน และโรงงานอุตสาหกรรมจะยังเปิดทำการตามปกติ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ฝรั่งเศส ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 เดือน
ฝรั่งเศส ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 เดือน ภาพจาก : www.news.pts.org.tw/article/498674

เช่นเดียวกันกับในบางพื้นที่ของประเทศเยอรมนี นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ก็เพิ่งประกาศเรื่องการใช้มาตรการล็อกดาวน์ควบคุมโรคเช่นกัน โดยจะทำการล็อกดาวน์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ตลอดช่วงเดือนพฤศจิกายน และมีการทวนเรื่องการใช้มาตรการอีกครั้งในทุก ๆ 2 สัปดาห์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป ร้านอาหาร ผับ บาร์ จะหยุดให้บริการเพื่อไม่ให้ประเทศเกิดภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ส่วนโรงเรียนยังคงเปิดทำการตามปกติ และนอกจากนี้ก็ขอความร่วมมือจากประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และจำกัดการรวมตัวในที่สาธารณะไม่ให้เกิน 2 ครัวเรือน พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความสะอาดที่เข้มงวดขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ในประเทศไทยจะไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มภายในประเทศ แต่เราก็ยังคงต้องเฝ้าระวังและทำตามกฎข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเข้มงวด ทั้งนี้เพื่อเป็นการระมัดวังระวังตัวเอง และเพื่อไม่ให้โควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำในประเทศอีกรอบ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *